เหตุถนนสามเสนทรุดตัวหน้าบริษัท บุญรอดฯ: ส่องความท้าทายโครงสร้างใต้ดิน และการสำรวจป้องกันเชิงรุกด้วย GPR
กรุงเทพฯ — เกิดเหตุผิวจราจรทรุดตัวกะทันหันบนถนนสามเสน บริเวณหน้าบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างการดำเนินโครงการวางท่อประปาใหม่ของการประปานครหลวง (กปน.) ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งกั้นพื้นที่และดำเนินการซ่อมแซมผิวจราจรอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้สัญจร
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ในทางวิศวกรรมปฐพีและโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาถนนทรุดตัวในพื้นที่ที่มีงานขุดเจาะหรือวางสาธารณูปโภคมักมีปัจจัยมาจากความเปลี่ยนแปลงของชั้นดิน การรั่วซึมของน้ำ หรือการบดอัดที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิด "โพรงใต้ชั้นผิวจราจร (Underground Voids)" ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจากบนพื้นผิว
การประเมินความเสี่ยงด้วยเทคโนโลยี GPR (Ground Penetrating Radar)
เพื่อลดความเสี่ยงจากการทรุดตัวกะทันหันและป้องกันอันตรายก่อนเกิดเหตุ การนำเทคโนโลยีการตรวจสอบแบบไม่ทำลายโครงสร้าง (Non-Destructive Testing: NDT) อย่าง Ground Penetrating Radar (GPR) หรือเรดาร์สำรวจใต้ดิน มาใช้ในการสำรวจ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางวิศวกรรมที่มีบทบาทสำคัญ:
- สแกนและตรวจจับโพรงอากาศ (Void Detection): GPR ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลงใต้ชั้นผิวถนนเพื่อสร้างภาพตัดขวาง ช่วยให้วิศวกรวิเคราะห์และระบุตำแหน่งของโพรงอากาศ คราบน้ำ หรือพื้นที่ดินหลวมได้อย่างแม่นยำก่อนที่จะเกิดการทรุดตัว
- การสำรวจสาธารณูปโภคและโครงสร้างใต้ดิน (Underground Utility & Subsurface Survey): สแกนระบุตำแหน่งแนวท่อเดิม สายสัญญาณ และแนวโครงสร้างใต้ดินเดิม พร้อมประเมินสภาพชั้นดินล่วงหน้า เพื่อป้องกันการขุดเจาะโดนสาธารณูปโภคเดิมและลดความเสี่ยงต่อโครงสร้างรอบข้าง
EJEC Thailand กับการยกระดับความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐาน
ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านงานวิศวกรรมตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน (Inspection & Maintenance) EJEC Thailand พร้อมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและผู้รับเหมาด้วยเทคโนโลยีสำรวจทางวิศวกรรม เพื่อร่วมประเมินความเสี่ยง ตรวจติดตามสภาพใต้ชั้นดิน และวางแผนป้องกันภัยเชิงรุก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน


